สารจากกงสุลใหญ่ฯ สำหรับเวปไซด์ ฉบับแก้ไข พ.ศ.2552
ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่โฮมเพจของสถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่
ข้าพเจ้ากงสุลใหญ่ฯ โยะโคะตะ ได้เดินทางมาถึงเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2550 เพื่อเข้ารับตำแหน่งต่อจากกงสุลใหญ่ฯ ชิโนะฮะระ ซึ่งเป็นกงสุลใหญ่ฯ คนแรกของสถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ การปฏิบัติหน้าที่ ณ จังหวัดเชียงใหม่นับเป็นครั้งแรกสำหรับข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้ามีประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ ณ สถานทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทยมาแล้ว 2 ครั้งคือ ตั้งแต่ พ.ศ.2516 ถึงพ.ศ.2520 และตั้งแต่ พ.ศ.2530 ถึงพ.ศ.2536 ครั้งนี้จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ในประเทศไทยครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นนั้น จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงในเขตภาคเหนือของประเทศไทยได้มีความสัมพันธ์ต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งตั้งแต่ปีพ.ศ.2523 เป็นต้นมา ด้วยความสัมพันธ์ซึ่งผสานไปกับความก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย ได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่นเข้ามาดำเนินธุรกิจ ในประเทศ ไทยมากขึ้น ไม่เพียงแต่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภาคเหนือของไทยอีกด้วย จากสภาพการณ์ดังกล่าว รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้ก่อตั้งสถานที่ทำการทางกงสุลญี่ปุ่น ขึ้นในเมืองเชียงใหม่ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2523 ซึ่งหลังจากนั้น ชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาพำนักตลอดจนผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่นที่มาดำเนินธุรกิจก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น จึงได้มีการสถาปนา สถานที่ทำการทางกงสุลญี่ปุ่นขึ้นเป็นสถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2547 ใน 2552 นี้ ประเทศไทยมีบทบาทเป็นผู้นำสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) การรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจหรือวิกฤติการเงินโลกท่ามกลาง การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วแบบโลกาภิวัฒน์ เป็นประเด็นที่หนักหนาสาหัสของทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียน ประเทศญี่ปุ่นจึงร่วมมือและสนับสนุนประเทศไทย พร้อมทั้งให้ความสำคัญ กับการพัฒนาบทบาทในฐานะประเทศหุ้นส่วน (partnership) ของอาเซียนให้เกิดประโยชน์ที่ลึกซึ้งและกว้างขวางยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับการที่สถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่นฯ พยายามกระชับ ความสัมพันธ์ระหว่างชาวไทยและชาวญี่ปุ่นในเขตภาคเหนือของไทย เพื่อให้สามารถฝ่าฟันความยากลำบากที่ต่างกำลังเผชิญอยู่ร่วมกันได้อย่างราบรื่นต่อไป ญี่ปุ่นได้ให้ความสำคัญ แก่ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงเรื่อยมา และเพื่อขยายการแลกเปลี่ยนระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (กัมพูชา, ลาว, พม่า, ไทย, เวียดนาม) ให้กว้างขวางและหลากหลาย ยิ่งขึ้น จึงได้กำหนดให้พ.ศ.2552 นี้ เป็นปีแห่งการแลกเปลี่ยนระหว่างญี่ปุ่นกับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งรวมถึงภาคเหนือของไทยที่ดิฉันตั้งใจจะส่งเสริมความร่วมมือกันของทั้ง ภาครัฐ และเอกชนเพื่อความก้าวหน้าสู่เป้าหมายเดียวกันคือ อนาคตที่มั่นคงของภูมิภาคเอเซียน ความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกท่านคือ ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้สถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่สามารถดำเนินงานสืบสานมิตรภาพระหว่างชาวไทยในภาคเหนือ กับหน่วยงานต่างๆ ของญี่ปุ่นทั้งผู้ประกอบการ และผู้พำนักระยะยาว ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาความสัมพันธ์อันดีที่มีมานานแต่อดีตกาลให้ก้าวไกลและยั่งยืนสถาพรสืบไป
สถานที่ตั้ง หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร เวลารับเรื่อง วันหยุดทำการของสถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่มีดังต่อไปนี้
แผนที่สถานที่ตั้ง ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร
วันเวลาทำการและเวลาเปิดทำการเคาน์เตอร์แผนกกงสุล
และวันหยุดของสถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่